คาเซมิโร : เทพนิยายลูกเป็ดขี้เหร่

Carlos Henrique Casimiro หรือที่รู้จักกันในชื่อ Casemiro คือนักฟุตบอลชาวบราซิลที่เล่นเป็นกองกลางตัวสำรองของสโมสรสเปนเรอัลมาดริดและทีมชาติบราซิล เขาได้ย้ายไปอยู่กับเรอัลมาดริดในปี 2013 และยังใช้เวลาในการยืมตัวมาที่ปอร์โตอีกด้วย เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเรอัลมาดริดที่ชนะแชมเปียนส์ลีกสี่ครั้งตั้งแต่ปี 2013-14 ถึง 2017-18 แฟนบอลมากมายต่างพูดถึงผลงานอันสุดยอดของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวด้วยผลงาน 16 ประตู, เซร์คิโอ รามอส ที่ทำสถิติเป็นกองหลังคนแรกที่ทำประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง gclub และ ลูก้า โมดริช ที่คอยบัญชาเกมแดนกลางได้อย่างเนียนตา แต่ราชันชุดขาวจะไม่มีทางมาถึงจุดนี้เลยหากปราศจากนักเตะผู้ปิดทองหลังพระอย่าง ”คาเซมิโร” มิดฟิลด์ชาวแซมบ้าเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในถิ่น”ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว”แบบคนชั้นสองและติดลบกว่า ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยสมัยอยู่กับอัลเมเรียเสียอีก เพราะเขาตัดสินใจย้ายมาเล่นกับทีมสำรองของมาดริดก่อนด้วยสัญญายืมตัวในปี 2013 คาเซมิโรมีคุณสมบัติของการเป็นมิดฟิดล์ตัวรับที่ดีครบถ้วน เขามีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง, สุขุมเยือกเย็น, อ่านเกมเด็ดขาด และ ไม่เล่นโฉ่งฉ่าง การมีเขาในทีมทำให้จุดอ่อนเรื่องเกมรับของมาดริดหายไปในพริบตา เห็นได้จากสถิติเสียเพียง 9 ประตู จาก 17 เกมที่มีเขาในสนาม(นับเฉพาะในยุคของซีดาน) ผลงานชิ้นโบว์แดงของกองกลางรายนี้คงหนีไม่พ้นเกม”เอล กลาซิโก้”เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาสกัดกั้นเกมรุกที่ว่ากันว่าอันตรายที่สุดในโลกของบาร์เซโลนาแบบอยู่หมัด แม้แต่ ลิโอเนล เมสซี ผู้เล่นเบอร์หนึ่งของโลก 5 สมัย ยังถูกจับตายจนแทบไม่ได้กระดิกตัว เขาคือเหตุผลสำคัญที่ราชันชุดขาวบุกล้างตาคู่อริตลอดกาลถึงถิ่นได้สำเร็จ คาเซมิโรสร้างสมดุลในแดนกลางและคอยเบรคเกมรุกของทีมตราหมีทุกรูปแบบ แม้แต่เกมโต้กลับเร็วอันเลื่องชื่อของแอตเลติโก้ยังทำอะไรไม่ได้เมื่อต้องเจอกับฮาร์ดแมนจากแดนกาแฟผู้นี้ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลคือพระเอกตัวจริงของมาดริดในเกมนี้ หลังทำสถิติสกัดบอล 8 ครั้ง(72%), ตัดบอลมาครอง 3 ครั้ง และ เอาชนะลูกกลางอากาศทั้ง 6 ครั้ง(100%) แถมยังจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 91% พร้อมนำทีมเถลิงบัลลังก์จ้าวยุโรปอย่างยิ่งใหญ่